ลองจินตนาการดูว่า นั่งเติมน้ำมันอยู่ที่ปั๊มใกล้บ้าน และสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ขยับขึ้นทุกวัน สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ "ทำไมราคาพลังงานถึงแพงขึ้นขนาดนี้?" โดยเฉพาะเมื่อเราทราบข้อมูลว่า กระบวนการผลิตน้ำมันในบางภูมิภาคยังคงดำเนินการได้อย่างปกติ
นี่คือจุดเริ่มต้นของบทเรียนเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญ ที่จะต้องทำความเข้าใจว่า ห่วงโซ่อุปทานระดับสากล ที่ความขัดแย้งในมุมหนึ่งของโลกสามารถส่งผลสะเทือนมาถึงหน้าบ้านคุณได้
หนึ่งในข้อผิดพลาดของการวิเคราะห์ธุรกิจคือ หากเราผลิตเองได้หรือซื้อจากแหล่งใกล้บ้าน ราคาจะคงที่ ดูสรุปได้ที่นี่ แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ น้ำมันคือสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาวิ่งตามมาตรฐานโลก จะมาจากทะเลทรายในตะวันออกกลาง
เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า โลกคือสระว่ายน้ำขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยพลังงาน หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ระดับน้ำในมุมใดมุมหนึ่งลดลง แรงกดดันด้านราคาย่อมกระจายไปทั่วทั้งระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ความเสี่ยงในจุดเดียวกลายเป็นความเสี่ยงของทั้งโลก
หากมองย้อนกลับไปในช่วงที่สถานการณ์ยังคงสงบ ช่องทางยุทธศาสตร์นี้ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมัน ประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณที่โลกต้องการใช้ในแต่ละวัน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมไอร์แลนด์หรือไทย ต้องรับมือกับต้นทุนที่แพงขึ้น เพราะคุณไม่ได้แข่งแค่กับคนในประเทศ
ประเด็นสำคัญที่ต้องนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารคือ ห่วงโซ่อุปทานของคุณไม่ได้จบแค่ที่ซัพพลายเออร์รายแรก ไม่ว่าขนาดของกิจการคุณจะเป็นอย่างไร ราคาวัตถุดิบทุกชิ้นมีส่วนประกอบของน้ำมันซ่อนอยู่
ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความอยู่รอดขององค์กร ในสภาพแวดล้อมที่ไร้พรมแดน เราไม่สามารถหนีผลกระทบจากโลกภายนอกได้อีกต่อไป
การวิเคราะห์แนวโน้มพลังงานอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ใช่เรื่องของนักเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวน